ย้ายไลน์ Navara เพื่อ Almera

Nissan Almera
แหล่งข่าวระดับบริหารจากบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์รายใหญ่ เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ขณะนี้ 2 บริษัทค่ายรถยนต์มิตซูบิชิ มอเตอร์ส และนิสสัน มอเตอร์ได้เตรียมความพร้อมในการย้ายไลน์ประกอบรถยนต์ปิกอัพขนาด 1 ตัน นิสสัน นาวารา ซึ่งเดิมประกอบที่โรงงานนิสสัน ก.ม. 21 บางนา ไปผลิตที่โรงงานของมิตซูบิชิแหลมฉบัง (โรงงานที่ 1) แทน

ซึ่งเป็นไปตามข้อตกลง ระหว่างนิสสัน คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น และมิตซูบิชิ คอร์ปอเรชั่นว่าจะมีการร่วมทุนกันคือ 1.ในส่วนของการผลิต หรือโออีเอ็ม โดยนิสสันจะผลิตรถยนต์ "light van" ให้กับมิตซูบิชิเพื่อจำหน่าย สำหรับตลาดในประเทศญี่ปุ่น และมิตซูบิชิจะผลิตรถยนต์ประเภทปิกอัพดัดแปลง หรือพีพีวีให้นิสสันนำไปทำตลาดในประเทศแถบตะวันออกกลาง

2.ความร่วมมือกันสำหรับโครงการใหม่ โดยนิสสันจะประกอบรถปิกอัพขนาด 1 ตัน นิสสัน นาวาราขึ้นที่โรงงานผลิตรถยนต์ของมิตซูบิชิที่โรงงานแหลมฉบัง และในระยะยาวประเมินผลว่าจะร่วมกันผลิตรถกระบะ 1 ตัน ตัวใหม่ออกมาด้วยหรือไม่ รวมไปถึงการร่วมทุนกันแบบ 50/50 เพื่อวางแผนและผลิตรถยนต์ minicar รุ่นใหม่สำหรับตลาดญี่ปุ่น

โดยขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนของการเจรจาถึงความเป็นไปได้และรายละเอียด รวมทั้งศึกษาความพร้อมของการย้ายไลน์ผลิตรถปิกอัพนาวารา ทั้งนี้คาดว่า ภายในระยะเวลา 1-2 เดือนจากนี้ หรือราวเดือนสิงหาคม-กันยายน น่าจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนออกมา หลังจากเมื่อเร็ว ๆ นี้นิสสันและมิตซูบิชิได้ลงนามสัญญาร่วมธุรกิจในการทำรถ minicar สำหรับตลาดญี่ปุ่น โดยจะเริ่มดำเนินธุรกิจในวันที่ 1 มิถุนายน ด้วยเม็ดเงินลงทุนจำนวน 10 ล้านเยน เป็นการลงทุนในสัดส่วนเท่า ๆ กัน

"โดยส่วนตัวเชื่อว่าทั้ง 2 ค่ายน่าจะต้องเร่งดำเนินการเรื่องดังกล่าวให้แล้วเสร็จโดยเร็ว โดยเฉพาะค่ายนิสสัน ที่เร็ว ๆ นี้จะส่งรถรุ่นใหม่อย่างนิสสัน มาร์ช 4 ประตูออกสู่ตลาด ทำให้นิสสันยิ่งมีความจำเป็นที่จะต้องเร่งปรับไลน์ผลิตบางส่วนเพื่อไปรองรับตรงนี้ เพราะปัจจุบันไลน์ผลิตเก๋งเล็กค่อนข้างแน่น" แหล่งข่าวกล่าว

เช่นเดียวกับตัวแทนจำหน่ายรถยนต์นิสสัน เปิดเผยกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ในเดือนกรกฎาคมนี้นิสสันมีแผนงานที่จะให้บรรดาตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศได้มีโอกาสสัมผัสกับนิสสัน มาร์ช 4 ประตูก่อน โดยจะนำรถไปทดสอบกันที่สนามแข่งรถ อ.แก่งกระจาน และจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการกับบรรดาสื่อมวลชนอีกครั้งในช่วงปลายเดือนกันยายน หรือตุลาคมนี้อย่างแน่นอน

Nissan Almera รถอีโคคาร์ตัวที่ 2

Nissan Almera รถอีโคคาร์ตัวที่ 2

Nissan Almera ตลาดรถอีโคคาร์ในเมืองไทยร้อนแรงและหอมหวลเกินกว่าที่ใครจะคาดถึง เมื่อ Nissan เตรียมเปิดตัว EcoCar รุ่นที่ 2 ของบริษัทฯ หลังจากได้ครองตำแหน่งเจ้าตลาดและเป็นรายแรกที่ได้แนะนำ EcoCar สู่ตลาดเมืองไทยด้วยการเปิดตัว March ด้วยยอดขายและยอดจองรวมกว่า 30,000 คันภายในเวลาเพียงแค่ 1 ปี จน Honda อดรนทนไม่ได้ต้องรีบเข็น Brio ออกมาชิงเค้กก้อนใหญ่นี้ ก่อนที่จะมี Mitsubishi และ Suzuki ตามมาติดๆในปี 2012 ยังไม่รวมบริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายอื่นๆที่เหลือซึ่งกำลังจะตามออกมาอีก

ล่าสุด Nissan เดินหน้าเต็มสูบในตลาดรถเล็กประหยัดน้ำมันด้วยการเปิดเผยแผนการเปิดตัว EcoCar รุ่นที่ 2 ของบริษัทฯที่จะเปิดตัวภายในปีนี้ ซึ่งทันทีที่มีการเริ่มการผลิตรถรุ่นนี้ Nissan คาดว่าจะมียอดผลิต EcoCar รวมกว่า 1 แสนคันในปีนี้ จากการเปิดเผยของผู้บริหารท่านหนึ่งของ Nissan ประเทศไทยกับหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ หลังจากที่ได้กวาดยอดจอง Nissan March กว่า 2,000 คันในงานมอเตอร์โชว์ที่ผ่านมา และก็มีความเป็นไปได้สูงสำหรับลูกค้าที่สั่งจอง March ในงานนี้ ที่อาจจะต้องรอนานมากกว่าเดิมอีก 1-2 เดือน จากปัญหาการขาดอะไหล่ที่ส่งมาจากประเทศญี่ปุ่น

ทาง Nissan เองมีแผนในการผลิต March ในระดับ 80,000-90,000 คันต่อปี ซึ่งรวมถึงรุ่นที่้ส่งไปจำหน่ายยังประเทศญี่ปุ่นด้วย(Nissan March Bolera) และการที่จะต้องผลิต EcoCar รุ่นใหม่ทำให้ยอดการผลิตในโรงงานที่ประเทศไทยสูงถึง 100,000 คันเลยทีเดียว ในขณะที่บริษัทแม่ฯกำลังจะเริ่มผลิตรถรุ่นนี้ในประเทศจีน ซึ่งแม้ว่าจะไม่มีการเปิดเผยชื่อรุ่นในขณะนี้ แต่มีความเป็นไปได้สูงว่า Nissan จะใช้ Sunny ที่กำลังจะผลิตเชิงพาณิชย์ในประเทศจีนเป็นพื้นฐานในการผลิต EcoCar ตัวใหม่ภายใต้ชื่อ Almera สำหรับตลาดเมืองไทยโดยมีขุมพลังเป็นเครื่องยนต์ 1.2 ลิตร 79 แรงม้า ที่เริ่มมีการวิ่งทดสอบในเมืองไทยไปบ้างแล้ว ซึ่งรถรุ่นนี้จะเจาะตลาดอีโคคาร์สไตล์ซีดาน

ที่มาของ Nissan Almera

ที่มาของ Nissan Almera

Nissan จะมีรถระดับ B segment และ C segment เหมือนอย่างคู่แข่งจ้าวตลาด
ที่มี Vios/Corolla กับ City/Civic 

นั่นก็คือ L02B/L12F

L02B คาดว่าจะชื่อ Almera

ส่วน
L12F คาดว่าจะชื่อ Sentra

แต่ทั้งหมดยังไม่ยืนยันนะครับว่าจะชื่อนี้จริงๆ รึเปล่า

โดย B segment ของ Nissan จะเอามาลงตลาด Eco car เลย คือใส่เครื่อง 1.2 ส่วนเครื่อง 1.5 มีการเทสต์ด้วย สำหรับตัวส่งออก และไม่แน่อาจขายในบ้านเรา
ด้วย ที่ทำแบบนี้เป็นเพราะ Nissan ไม่อาจลุยตลาด B segment ตรงๆ ได้ตั้้งแต่ต้น เพราะความแข็งแกร่งของ Vios/City นั้นมากเกินไป การเข้าตลาด eco car
จึงเป็นสิ่งที่ Nissan ให้ความสนใจมากกว่า 

จุดเด่นของ L02B Almera ก็คือ ขนาดความยาวมีมากกว่า Tiida Latio และภายในนั่งสบายพอๆ กับรถคลาสสูงกว่าอย่าง C segment เท่าที่ผมเคยไปลองนั่ง
ดูที่ ออโต้กวางโจว L02B น่าจะนั่งสบายกว่า Civic แน่นอน และหากเทียบกับ Corolla ไม่แน่อาจจะพอๆ กัน จุดเด่นชูโรงของตัวถังนี้ที่ขายในชื่อ Sunny ที่
เมืองจีน นั่นก็คือ มีความกว้างขวาง สะดวกสบาย มี legroom ที่ใหญ่มากๆ มีราคาที่ไม่แพง และเครื่องยนต์ 1.5 ที่มีความเร็วยอดเยี่ยม 

L02B ที่จะขายในบ้านเรา อาจจะไม่เร็ว แต่ก็ไม่ถึงกับอืด อย่างน้อยสำหรับ CVT กดปุ่ม sport mode คงจะพอช่วยเรื่องอัตราเร่งได้บ้าง แต่น้ำหนักที่จริงแล้วก็
มากกว่า March ไม่เกิน 70-100 กก. วงในบางท่านบอกว่า มีรุ่นที่น้ำหนักมากกว่า March เพียง 40 กก.นิดหน่อยด้วย ถึง บอดี้จะใหญ่โตกว่ารถ B seg
ทั่วๆ ไป แต่ด้วยอานิสงค์ของ V platform ซึ่งทำให้น้ำหนักของรถเบาลงไปมากกว่ารถปกติทั่วไป และ V platform ก็ยังเคยช่วยให้ March มีน้ำหนักลด
ลงมา เหลือแค่เท่าๆ กับ รถ A segment ทั่วๆ ไปเท่านั้น 

ผลก็คือ ผลการวิ่งของ L02B Sunny ในจีน เครื่อง 1500cc ทำความเร็วได้ดีเป็นอันดับต้นๆ ในกลุ่ม B segment ทำให้เรารู้ว่า การลดน้ำหนักของ Nissan นั้นทำ
ได้ดีมากขนาดไหน สำหรับ eco car บ้านเรา L02B Almera 1.2L หากจะเน้นการวิ่งไว และอัตราเร่งคงต้องมองไปที่เกียร์ธรรมดา ซึ่ง ทั้งเครื่องและเกียร์ตัวนี้ได้
พิสูจน์มาแล้วกับ March ว่าสามารถทำให้เครื่อง 1.2 นี้ วิ่งได้ไวพอๆ หรือไวกว่า Fiesta 5Dr Powershift อีก ทำให้ตะลึงไปทั้งวงการ แต่นั่นคือ เรายังไม่เคยเห็น
การทดสอบกับพวก Vios M/T, City M/T, Jazz M/T ซึ่ง B segment กลุ่มนี้ อาจจะวิ่งได้ไวพอๆ กับรถเครื่อง 1800, 2000 ที่เป็นเกียร์ออโต้หลายๆ รุ่นไปแล้ว

แต่ถ้า Nissan เกิดคิดการใหญ่ บุกตลาด Vios-City ด้วยแล้วล่ะก็ เราคงจะได้เห็นรถ B segment อีกรุ่นที่มีเครื่อง 1500cc ที่ทรงพลัง และมีบอดี้ที่ใหญ่กว่า
ทุกๆ รุ่นในตลาด ซึ่ง อาจจะเป็นการปูทางให้ Nissan ได้ทั้งตลาด Eco car และ B segment ปกติทั่วๆ ไป

L12F Sentra จะออกมาในปีหน้า อาจจะประจันหน้ากับ All-new Civic ตรงๆ ซึ่ง ถ้าไม่นับเรื่องความได้เปรียบเสียเปรียบเรื่องแบรนด์ เป็นการเดิมพันครั้งยิ่งใหญ่
ของ Nissan ที่จะกลับมาสู้ศึกในตลาด C segment ตรงๆ เต็มตัวซักที ซึ่งมาคราวนี้ L12F น่าจะแบกความสุดยอดของกลุ่ม C segment เข้ามารวมไว้ในตัว
เยอะ เพราะตัวของมันเองเป็นการยุบรวมรถ C segment ของ Nissan ในตลาดทั่วโลกหลายๆ รุ่นมารวมไว้ด้วยกัน จากเดิมที่มีหลายรุ่นแยกทำตลาดไปในแต่
ละทวีป แต่ว่า C segment ของ Nissan กลับไม่เกิดได้ซักที แบบ Corolla/Civic ดังนั้นรอบนี้จึงเหมือนเป็นการเดิมพันครั้งสุดท้าย เพราะหลายๆ
รุ่นต้องถูกยกเลิกไปเพื่อ project นี้